0

ทำความรู้จัก Unseen in Thailand ณ วัดบางกุ้ง

ทำความรู้จัก Unseen in Thailand ณ วัดบางกุ้ง


2020-09-29 12:17:19

เมื่อพูดถึง Unseen in Thailand ณ วัดบางกุ้ง พี่หมีเชื่อเหลือเกินว่าเพื่อน ๆ บางคนจะต้องนึกไม่ออกอย่างแน่นอนว่าที่วัดนี้เขามีของดีอะไรเป็น Unseen in Thailand แต่เดี๋ยวก่อน! ถ้าพี่หมีพูดถึงโบสถ์ปรกโพธิ์ล่ะ หลายคนคงจะร้อง “อ๋อ” กันอย่างแน่นอนเลยใช่ไหม? เพราะโบสถ์ปรกโพธิ์ที่พูดถึงกันก็คือหนึ่งใน Unseen ของไทย โดยโบสถ์แห่งนี้ถูกต้นโพธิ์ขึ้นปกคลุมทั่วทั้งอาคาร และด้วยความอัศจรรย์ใจของสถานที่นี้เอง พี่หมีจึงขออาสาพาทุกคนไปทำความรู้จักเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ให้มากขึ้น



 

เจาะประวัติ วัดบางกุ้ง สถานที่เก่าแก่ ประวัติยาวนาน


ตามประวัติศาสตร์ได้กล่าวเกี่ยวกับวัดบางกุ้งไว้ว่า วัดนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายปี 2308 กองทัพพม่ายกทัพเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ รับสั่งให้หัวเมืองปากใต้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้ง เรียกว่า “ค่ายบางกุ้ง” โดยกองทัพพม่ายกทัพเข้ามาตามลำน้ำแม่กลองและบุกลงมาจนถึงค่ายบางกุ้ง เมื่อกองทัพของกรุงศรีอยุธยาไม่สามารถต้านทานไว้ได้ ค่ายบางกุ้งจึงแตก

หลังจากพม่าตีกรุงศรีอยุธยาแตกในปี 2310 ค่ายบางกุ้งก็ตกอยู่ในสภาพค่ายร้าง เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสถาปนากรุงธนบุรีแล้ว โปรดให้ชาวจีนรวบรวมสมัครพรรคพวกมาตั้งเป็นกองทหารรักษาค่ายเก่าที่บางกุ้ง จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “ค่ายจีนบางกุ้ง”

ต่อมาในปี 2311 หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาไปประมาณ 8 เดือน กองทัพพม่านำโดยเจ้าเมืองทวายก็ยกทัพบกและทัพเรือลงมาล้อมค่ายจีนบางกุ้งไว้ ทหารจีนที่รักษาค่ายบางกุ้งสู้รบอย่างเต็มที่แต่มีกำลังน้อยกว่าจนเกือบจะเสียค่ายแก่พม่า กรมการเมืองสมุทรสงครามจึงมีหนังสือกราบทูลไปยังกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงทราบจึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระมหามนตรี (บุญมา) เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเหลือทหารจีน ขับไล่กองทัพพม่าทำให้ข้าศึกแตกพ่าย

แต่เดิมว่ากันว่าวัดนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา แต่ไม่มีประวัติที่แน่ชัดว่าถูกสร้างในสมัยอยุธยาช่วงไหน รู้เพียงแค่ว่ารูปแบบที่ใช้นั้นเป็นศิลปะสมัยอยุธยา เนื่องจากในส่วนของหน้าบันของพระอุโบสถ มีปูนปั้นลวดลายพันธุ์พฤกษาประดับด้วยเครื่องถ้วย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย 

ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อนิลมณี หรือหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัยขนาดใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลาย สลักจากหินทรายแดง ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” โดยหลวงพ่อองค์นี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเป็นที่เลื่องลือไกลไปทั่วทุกสารทิศ ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลกันมากราบไหว้ขอพรท่านมากมาย นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าอีก

ด้วย 



ทำความรู้จัก โบสถ์ปรกโพธิ์ สถานที่สุดอัศจรรย์ อายุยาวนาน


“โบสถ์ปรกโพธิ์ ” เป็นอาคารที่ทำการก่ออิฐฉาบปูนธรรมดา ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา ตกแต่งให้สวยสดงดงามเหมือนอย่างวัดไทยทั่วไป ภายนอกของอาคารหลังนี้ถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งโพธิ์ ไทร และกร่าง หากมองจากภายนอกจะคิดว่าอาคารหลังนี้เป็นกลุ่มต้นไม้ใหญ่มากกว่าที่จะมีโบสถ์อยู่ข้างใน และด้วยความที่โบสถ์แห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยรากไม้ใหญ่ทั้งหลาย ทำให้โบสถ์ยังคงรูปเดิม ไม่เกิดการทรุดตัว 

จริงอยู่ที่โบสถ์แห่งนี้ค่อนข้างเรียบง่าย แต่ในส่วนของหน้าบันพระอุโบสถ ก็ได้มีปูนปั้นลวดลายพันธุ์พฤกษาประดับด้วยเครื่องถ้วย ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเอาไว้ด้วย นอกจากความพิเศษของตัวโบสถ์แล้ว ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อนิลมณี หรือหลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางมารวิชัยขนาดใหญ่สมัยอยุธยาตอนปลายด้วย

โดยพระพุทธรูปองค์นี้สลักจากหินทรายแดง ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อโบสถ์น้อย” เป็นที่เคารพบูชาของคนในท้องถิ่นอย่างมาก เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของท่านเองก็เลื่องลือไปไกลทุกทั่วสารทิศ ทำให้ผู้คนหลั่งไหลกันมากราบไหว้ขอพรไม่ขาดสาย 

นอกจากนี้ที่โบสถ์แห่งนี้ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยปลายกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติของพระพุทธเจ้าอีกด้วย ด้วยความพิเศษเหล่านี้เองทำให้กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดบางกุ้งเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 113 ตอนพิเศษ 50 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2539


และนี่ก็คือสาระดี ๆ เกี่ยวกับโบสถ์ปรกโพธิ์ ณ วัดบางกุ้ง ที่พี่หมีนำมาฝากทุกคนในวันนี้ หากใครสนใจจะไปสัมผัสความพิเศษนี้ด้วยตนเองสามารถแอดไลน์พี่หมีเพื่อมาพูดคุยกันได้ที่ @futuretrip หรือโทร 094-736-9888 รับรองเลยว่าคุณจะได้สาระดี ๆ จากเราอย่างแน่นอน!