0

"สิงห์บุรี" ดินแดนผู้กล้าที่ไม่ได้มีดีแค่ค่ายบางระจัน


2020-09-29 15:13:18

“บางระจัน บางระจัน บางระจัน

มิอาจยืนอยู่ถึงวันเพ็ญเดือนสิบสอง”

เพลงบางระจัน ศิลปินคาราบาว


ได้ยินเพลงนี้ทีไรแล้วรู้สึกฮึกเหิมทุกครั้งที่ได้ฟังจริง ๆ และเมื่อพูดถึงบางระจันทั้งทีก็ต้องนึกถึงจังหวัดสิงห์บุรีสิ! เพราะที่นี่คือจุดเริ่มต้นของดินแดนผู้กล้าที่ยืนหยัดสู้จนวันสุดท้ายของชีวิตมาถึง แน่นอนว่าที่สิงห์บุรีไม่ได้มีดีแค่ค่ายบางระจันเท่านั้นนะ เพราะที่นี่ยังมีสถานที่ดี ๆ อีกมากมาย วันนี้พี่หมีจึงไม่พลาดที่จะนำเสนอ 6 จุดเช็คอินประจำจังหวัดสิงห์บุรี งานนี้จะมีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า!


6 จุดเช็คอินประจำจังหวัดสิงห์บุรีที่พี่หมีคอนเฟิร์มว่าต้องไป!


1.พระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี


หากแวะมาเที่ยวสิงห์บุรีแล้วละก็ พี่หมีขอบอกเลยว่าจะต้องไม่พลาดการมากราบสักการะพระนอนจักรสีห์ พระคู่บ้านคู่เมืองประจำจังหวัดนี้ ว่ากันว่าหากใครจะมาเที่ยวสิงห์บุรีแล้วไม่ได้แวะมากราบสักการะพระพุทธไสยาสน์ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองสิงห์บุรีเลยนะ!

โดยวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารนั้นตั้งอยู่ที่ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมือง วัดแห่งนี้เป็นวัดใหญ่ที่เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สุด ตามตำราเล่าว่าพระพุทธรูปองค์โตนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฎหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง พระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนจักรสีห์ เป็นพระพุทธรูปที่มีพื้นฐานมาจากศิลปะสมัยสุโขทัย มีความยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว


2.วัดหน้าพระธาตุ


วัดแห่งนี้เรียกได้ว่าอยู่ใกล้กับวัดพระนอนจักรสีห์แบบสุด ๆ ชนิดที่ว่าสามารถเดินเท้าไปได้ไม่ไกล โดยวัดหน้าพระธาตุนั้นเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความสำคัญอย่างมากอีกแห่งในสิงห์บุรี เดิมเรียกวัดนี้กันว่าวัดศรีษะเมือง ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดหน้าพระธาตุ 

มีการสันนิษฐานว่าวัดนี้ตั้งอยู่ริมลำน้ำจักร์สีห์ บริเวณเมืองสิงห์เก่า ตัววัดตั้งอยู่บนลานดินยกพื้นสูง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดประมาณ 34x116 เมตร ล้อมรอบไปด้วยกำแพงแก้ว ภายในประกอบด้วยเจดีย์ประธานทรงปรางค์เป็นหลักของวัด องค์ปรางค์ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นรูปครุฑขนาบด้วยอสูรถือกระบองบนชั้นอัสดง วิหารตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก และพระอุโบสถตั้งอยู่ด้านตะวันตก

คาดว่าเริ่มก่อสร้างในช่วงก่อนสมัยอยุธยาตอนต้น ประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งตลอดมาระเบียบแผนผัง ขนาด และรูปแบบศิลปกรรมของวัดมีการปรับเปลี่ยนหลายครั้งจนถึงสมัยอยุธยาตอนกลางเกิดสงคราม โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดหน้าพระธาตุ เป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478


3.วัดพิกุลทอง


หากใครแวะผ่านก็ต้องมากราบสักการะนมัสการพระพุทธรูปองค์โตกันสักครั้ง นอกจากนี้ในอดีตที่นี่ยังมีเจ้าอาวาสของวัดซึ่งเป็นพระนักพัฒนารูปหนึ่งที่ทำประโยชน์ต่อพุทธศาสนามากมายนั่นก็คือ หลวงพ่อแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี) ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์รวมใจของชาวบ้านตำบลพิกุลทอง จนปัจจุบันชาวบ้านพากันเรียกวัดนี้ว่า “วัดหลวงพ่อแพ” และนี่เองคือที่มาของพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ ที่ตั้งอยู่ภายในวัดเพื่อจัดแสดงเรื่องราวพร้อมวัตถุของหลวงพ่อแพตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน


4.ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันที่วัดโพธิ์เก้าต้น


เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็อินกับตลาดโบราณย้อนยุคกันทั้งนั้น นั่นจึงทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวมาแรงแซงทางโค้งยิ่งกว่าตลาดไหน ๆ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างการจำลองบรรยากาศค่ายบ้านระจัน คนขายแต่งกายด้วยชุดไทยสมัยโบราณ ทำให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมากันอย่างไม่ขาดสายในช่วงวันหยุด

โดยตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันที่วัดโพธิ์เก้าต้นนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณกลางปี 2559 จากการรวมตัวกันของชาวบ้าน ทำตลาดเล็ก ๆ บริเวณหน้าวัดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายของพระครูวิชิตวุฒิคุณ เจ้าคณะอำเภอค่ายบางระจัน เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เก้าต้นที่ต้องการให้วัดเป็นที่พึ่งของชาวบ้านอย่างแท้จริง เนื่องจากช่วงสองสามปีที่ผ่านมาชาวบ้านประสบปัญหาความยากจน พระครูวิชิตวุฒิคุณจึงออกความคิดเห็นให้ชาวบ้านแถวนี้ที่มีภูมิปัญญาอาหารไทยพื้นบ้านเฉพาะถิ่นมาเปิดร้านขายของด้านหน้าวัด





5. วัดสว่างอารมณ์


มีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า “วัดบางมอญ” ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี บริเวณวัดฝั่งทิศตะวันออกติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศตะวันตกติดกับถนนสายสิงห์บุรี- อ่างทอง ห่างจากตัวจังหวัดสิงห์บุรีไปทางทิศใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร สาเหตุที่เรียกวัดบางมอญ เนื่องจากเดิมหมู่บ้านตำบลต้นโพธิ์มีชื่อว่าว่า “บ้านบางมอญ “ เนื่องจากบริเวณนี้เคยมี ชาวมอญ นำสินค้ามาขายโดยล่องเรือมา

เมื่อมาถึงจังหวัดสิงห์บุรีได้จอดเรือพักผ่อนที่นี่ คนทั่วไปจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่าบ้านบางมอญ ที่วัดแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญนั้น เป็นเพราะว่าที่นี่คือสถานที่รวบรวมหนังใหญ่ถึง 270 ตัว โดยตัวหนังใหญ่ส่วนหนึ่ง ได้มาจากครูเปียเจ้าของหนังใหญ่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บางส่วนซื้อมาจากวัดตึก (อยู่ตรงข้ามกับวัดสว่างอารมณ์) ซึ่งครูเปียคือผู้นำหนังใหญ่มาถวายหลวงพ่อเรือง และฝึกหัดการเชิด การพากย์ให้แก่ชาวบ้านบางมอญด้วย




เป็นไงบ้างล่ะทุกคน พี่หมีเชื่อเหลือเกินว่าหลังจากที่อ่านบทความ 5 จุดเช็คอินจบ เพื่อน ๆ จะมีไอเดียใหม่ ๆ ในการท่องโลกกว้างที่แตกต่างจากเดิมนะ งานนี้ใครที่เหงา ๆ อยากออกไปผจญโลกกว้างแต่ไม่อยากไปอย่างโดดเดี่ยวแล้วละก็ ทักไลน์และโทรมาหาพี่หมีออกไปเที่ยวกันได้เลยที่เบอร์ 094-736-9888 หรือแอดไลน์ไอดี @futuretrip